Friday

About the Alma Mater

  • Just created; will be updated regularly.
  • If you cannot view, please set "encoding" (under View at the top) to Unicode.
  • Visit ปูมหลังคนดัง for more detailed stories without classifying by schools

People under review:

=====> ดร สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์:ขา็โจ๋แห่งทีดีอาร์ไอ!!!

Next to review =====> รวม PhD เศรษฐศาสตร์ จากมหาลัย TOP 5 ของโลกในเมืองไทย (ฉบับสมบูรณ์ หาไม่ได้ใน Internet) !!!

Thursday

ศิษย์เก่า Wharton ในเมืองไทย

หมายเหตุ: Wharton เป็นโรงเรียนบริหารธุรกิจส่วนหนึ่งของ University of Pennslyvania ถือเป็น "ตักสิลา" แห่งของวงการไฟแนนซของโลก

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

บุคคลที่หลายคนบอกว่าเป็นคำตอบสุดท้ายของคำถามที่ "ถ้าไม่เอาทักษิณ แล้วจะเอาใครเป็นนายก ?"

"หม่อมอุ๋ย"จบตรีเศรษฐศาสตร์ โทบริหาร Wharton หลังจากนั้น ทำงานที่ ฺBanker Trusts ได้แค่ปีเดียวก็กลับมาทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย หม่อมอุ๋ยเป็น ล่ำซำข้างมารดา ทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยจนก้าวขึ้นเป็น กรรมการรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ก็รู้ชะตากรรมตัวเองว่าคงต้องหลีกทางให้ ล่ำซำ สายตรงอย่าง"คุณปั้น" บัณฑูร ล่ำซำ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

ภายหลัง คุณปั้นก้าวขึ้นเป็นใหญ่ในอย่างเต็มตัวในธนาคารกสิกรไทย หม่อมอุ๋ยก็ออกมาสร้างถนนแห่งดวงดาวของตน ก้าวมาเป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ตำแหน่งเดียวกับที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เคยได้เป็น and from then on the rest is the history... หม่อมอุ๋ยได้รับการแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 3 สมัยซ้อน ก่อนก้าวมาเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

พ.ค.2544 ภายหลังจากที่.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ศิษย์เก่า Sam Huston State University) สั่งปลด หม่อมเต่า ม.ร.ว. จตุมงคล โสณกุล (ศิษย์เก่า HARVARD) ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากขัดแย้งเรื่องนโยบายดอกเบี้ย หม่อมอุ๋ย ( ศิษย์เก่า Wharton) ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) แทน นับเป็นผู้ว่าการ ธปท.คนที่ 20

ก็คงต้องจับตาดูต่อไปว่าตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จะเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของหม่อมอุ๋ยหรือไม่ หรือยังจะได้เป็นอะไรที่สูงกว่า ?


ดร. ก้องเกียรติ โอภาสวงการ

เจ้าพ่อตลาดหุ้นตัวจริงผู้นี้ จบ ปริญญาตรีด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นรับทุนธนาคารกสิกรไทยไปเรียนต่อโทบริหารและจบปริญญาเอกการเงินจาก Whartonกลับมาทำงานใช้ทุนที่ธนาคารกสิกรไทยก่อนออกมาอยู่แบร์ริ่ง รีเสิร์ช

จุดหักเหในชีวิตของดร. ก้องเกียรติ เกิดขึ้นเมื่อ "ควักเงินจากกระเป๋าตัวเองส่วนหนึ่ง" ซื้อ บล.ชาวไทย บริษัทหลักทรัพย์ ขนาดเล็กที่มีฐานะไม่สู้ดีนักในราคาประมา๊๊ณ 700 ล้านบาท โดยมีผู้ร่วมทุน สำคัญ คือ อนันต์ อัศวโภคิน แห่งแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และผู้บริหารกองทุน swiss fund เปลี่ยนบล.ชาวไทยมาเป็นบล.แอสเซท พลัส ็โดยวาง concept เป็นบริษัทหลักทรัพย์ ที่มีการบริหารแบบมืออาชีพอย่างเต็มตัว โดยหวังให้เป็น Morgan Stanley ของเมืองไทย

ภายใต้การบริหารงานของดร. ก้องเกียรติ บล.แอสเซท พลัส ได้ก้าวมาเป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเป็นที่ปรึกษาการเงิน ภายหลังดร. ก้องเกียรติ นำแอสเซท พลัสเข้าควบรวมกับบริษัทหลักทรัพย์ เอบีเอ็นแอมโร เอเชีย จนกลายเป็นบริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส ที่มีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ท ี่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นคนไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และให้บริการด้านหลักทรัพย์ที่ครบวงจร

ปิ่น จักกะพาก

เจ้าของฉายา "พ่อมดการเงิน" เกิดและ็โตในอเมริกา จบตรีจาก Wharton กลับปลุกปล้ำบริษัทเงินทุนยิบอินซอยของตระกูลจากที่มีพนักงานแค่ 3 คนกลายมาเป็นเอกธนกิจ บริษัทการเงินที่ใหญ่ี่สุดในเมืองไทยที่เกือบจะประสบความสำเร็จ เทคโอเว่อร์ ธนาคารไทยทนุที่มีขนาดใหญ่กว่า การล่มสลายของเครือเอกที่เป็นเรื่องช็อควงการการเงินมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

ภควัต โกวิทวัฒนพงศ์

คุณภควัตถือเป็นซือแป๋แห่งวงการไฟแนนซ เป็นอาจารย์ใหญ่ที่คนในวงการรู้จักกันดี เป็นศิษย์เก่าธนาคารกสิกรไทย ก่อนออกมาร่วมงานกับเครือเอกธนกิจกุมบังเหียน บริษัทหลักทรัพย์ เอกธำรง ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ในเครือเครือเอกธนกิจ ภายหลังเครือเอกล่มสลาย กลุ่มคูลส์ของไต้หวันเข้ามา "buy-out" เอกธำรงและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ โดยยังให้คุณภควัตเป็นผู้บริหารต่อไป แต่ภายหลังเกิดความขัดแย้งกันคุณภควัตพร้อมขุนพลคู่ใจบางส่วนได้ออกมาตั้งบริษทของตนเองนาม บริษัทหลักทรัพย์ทรีนิตี้

คุณภควัตเป็นนักเรียนทุนธนาคารกสิกรไทย จบตรีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทบริหาร Wharton School

สมเกียรติ ศิริชาติไชย

สมเกียรติ ศิริชาติไชย เป็น "เด็กสร้าง" ของ "คุณปั้น" บัณฑูร ล่ำซำ ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงของธนาคารกสิกรไทยผู้นี้จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โท MBA จาก Whartonปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทย

ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์

อาจารย์หนุ่มอนาคตไกลจากคณะบริหารธุรกิ นิด้า จบปริญญาเอกการเงินจาก Wharton

Wednesday

ศิษย์เก่า Harvard Business School ในเมืองไทย

ชุมพล ณ ลำเลียง

อดีตผู้นำเครือซีเมนต์ไทย จบตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล Washington University โท MBA Harvard เริ่มงานที่ International Finance Corporation กองทุนเพื่อการพัฒนาของ World Bank จากนั้นถูกทาบมาเป็นผู้บริหารที่ เงินทุนหลักหลักทรัพย์ทิสโก ในยุคที่ทิสโกยังเป็น Investment Bank อันดับหนึ่งในเมืองไทย ก่อนเข้าร่วมงานกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทยในเวลาต่อมา คุณชุมพลถือเป็นนักธุรกิจด้านอุตสาหกรรมระดับ "ตำนาน" ของเมืองไทย

ศาสตราจารย์ คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์

อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบเอกบริหารจาก Harvard

สมเกียรติ ลิมทรง

อดีตประํํธานเจ้าหน้าทีบริหาร ซีอีโอของ"ปูนกลาง" ปูนซิเมนต์นครหลวงไทย

จรัมพร โชติกสถียร

คุณจรัมพร เคยจัดว่าเป็นผู้บริหารที่ Hot มากมากของเครือธนาคารไทยพา๊ณิชย์ เคยได้รับการโปรโมตเป็นผู้ผู้บริหารของเงินทุนหลักทรัพย์ไทยพา๊ณิชย์ และบริษัทกองุนรวมของไทยพา๊ณิชย์ ด้วยรูปร่างหน้าตาหล่อเหล่ามีหลายคนกะเกร็งว่าคุณจรัมพรมี็โอกา๋สโด่งดังไม่แพ้ "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน แต่ปัจจุบันดูเหมือนคุณจรัมพร "ถูกแขวน" ในตำแน่งผู้ช่วยผู้จัดการของธนาคารไทยพา๊ณิชย์ฝ่าย IT ซึ่งถือว่ามีอำนาจน้อย

คุณจรัมพร โชติกสถียรจบตรีวิศวกรรมศาสตร์จาก MIT โท MBA จาก Harvard

ธเนศ ภู่ตระกูล

เจ้าของภายา "ปิ่น (จักกะพาก) จูเนียร์" จบตรีจาก Imperial College ในอังกฤษ (ที่ที่ลูกสาวนายกเรียนอยู่) ก่อนบินไปคว้า โท MBA จาก Harvard เข้าทำงานงานกับเอกธนกิจ Investment Bank สุดฺฮ็อดของเมืองไทยในยุคนั้น หลังเอกธนกิจล่มสลาย ธเนศออกมาทำวารสารทางธุรกิจ ปัจจุบันถูกดึงตัวมาเป็นผู้บริหาร Investment Bank ในครือธนาคารทหารไทย

ปิยะ ซอโสถิกุล

ทายายเจ้าของซีคอนสแควร์และรองเท้านันยาง จบตรีวิศวควบเศรษฐศาสตร์ MIT โทวิศวเคมีจาก MIT อีกใบ ก่อนจบที่็ MBA จาก Harvard เคยทำงานกับ Goldman Sachs ก่อนมาร่วมงานกับธนาคารกรุงเทพ เป็นผู้บริหารเงินทุนบัวหลวงก่อนจะถูกควบกิจการกับ เงินทุนสินเอเชียเพื่อรวมเป็นธนาคาร

ฐาปนี สิริวัฒนภักดี

ทายายหมื่นล้านของเจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี the "second" most power man in Thailand ในบรรดาทายาย 5 คนของเสี่ยเจริญจัดเป็นคนที่เรียนเก่งที่สุด คุณฐาปนี จบตรีเศรษฐศาสตร์ จาก MIT โท MBA จาก Harvard

PhD เศรษฐศาสตร์ MIT ในเมืองไทย

ดร. ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

ตรีเศรษฐศาสตร์จาก Williams College ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปัจจุบันที่ปรึกษา รมว.คลัง

ดร โอฬาร ไชยประวัติ

จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์จาก U Penn จบเอกจาก MIT เจ้าของฉายาโหรเศรษฐกิจอันโด่งดังในอดีต ขนาดที่ว่าทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะต้องมีชื่อ ดร โอ ติดโผด้วยทุกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่มีโอกาสได้นั่งเก้าอี้เสนาบดีใดๆ และอาจไม่มีโอกาสอีกเลยเมื่อต้องลุกออกจากตำแหน่งที่สร้างชื่อให้มากที่สุด president ของธนาคารไทยพา๊ณิชย์ ล่าสุดทำงานเป็นกุนซือเศรษฐกิจให้ักับนายกทักษิณ

ดร กอบศักดิ์ ภูตระกูล

ผู้บริหารทีมนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ทีมที่ต้องถือว่าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินนโยบายการเงินของแบงค์ชาติ ดร กอบศักดิ์เขียนวิทยานิพนธ์ กับ Robert Solow นักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล (yes, the same Solow Model)ในหัวข้อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Three Essays on Ecoomic Growth)

ดร กอบศักดิ์จบตรีเศรษฐศาสตร์ควบคณิตเศรษฐศาสตร์จาก Williams College

ดร รุ่ง มัลลิกะมาส

ลูกสาว ดร โกวิทย์ โปษยานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (PhD Economics also; from Cornell) ดร รุ่งเป็นผู้บริหารทีมกลยุทธ์นโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เขียน วิทยานิพนธ์ภายใต้การดูแลของ Olivier Blanchard สุดยอดปรมจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคในข้อหัว ตลาดแรงงานและเศรษฐศาสตร์มหภาค (Essays in macro-labor economics)

ดร รุ่งจบตรีจบตรีจาก Harvard

ดร. ยรรยง ไทยเจริญ

นักเศรษฐศาสตร์เลือดใหม่ของแบงค์ชาติ นักเรียนทุนลูกหม้อของแบงค์ จบตรีเศรษฐศาสตร์ควบบริหารจาก MIT โทบริหารจาก Stanford ก่อนกลับต่อเอก ที่ MIT ดร. ยรรยง เป็นลูกศิษย์ก้นกุฎิของ Daron Acemoglu นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลกที่พึ่งได้รับรางวัล John Bates Clark Award ที่มอบให้ักับสุดยอดเศรษฐศาสตร์อายุตำ่กว่า 40 ของโลก ปัจจุบัน ดร. ยรรยง ยังถือว่าเป็น "คนไทยคนสุดท้าย" ที่ได้ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากคณะเศรษฐศาสตร์ของ MIT "the BEST economics program in the universe"

Monday

ศิษย์เก่า Columbia ในเมืองไทย

ดร. เสนาะ อูนากูล

เทคโนแครตระดับปรมาจารย์ที่ทำคุณาปการแ่ก่ประเทศมากมาย เคยเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รองนายกรัฐมนตรี จบปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Columbia

ดร เอนก เหล่าธรรมทัศน์

เป็นนักรัฐศาสตร์ โด่งดังมาจากทฤษฏี "สองนคราประชาํธิปไตย" เข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ "เสธหนั่น" พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ก่อนถูกเชิดให้เป็นหัวหน้าพรรคมหาชนแต่พ่ายยับในการเลือกตั้งและถูกบีบให้ลาออกจากหัวหน้าพรรค

ปิยะบุตร ชลวิจารณ์

ตรีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน โทการเงิน columbia เคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสหธนาคาร

ดร.สุรชาติ บำรุงสุข

เป็นอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาแต่เป็นที่รู้จักกับสังคมไทยมากมากตรงความรอบรู้ในเรื่องอาวุธยุโธปกรณ์ มากขนาดปัจจุบันได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง อาจารย์สุรชาติจบเอกที่ Columbia โท รัฐศาสตร์ Cornell

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สายตรงวังจันทร์ส่องหล้า จบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ SIPA, Columbia

สาลินี วังตาล

ผู้บริหารระดับกลางของแบงค์ชาติ จบโทการเงิน จาก Columbia ทำงานที่ Bank of America อยู่พักหนึ่งก่อนสอบเข้าทำงานที่แบงค์ชาติ โด่งดังมากในช่วงที่ดูแลการฟื้นฟูสถาบันการเงินยุควิกฤตเศษรฐกิจ


ดร. เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา

นักเศรษฐศาสตร์เลือดใหม่ของแบงค์ชาติ ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Columbia เรียนที่ columbia แต่ไปเขียนวิทยานิพนธ์ที่ Harvard กับ Alvin Roth theorist ที่มีชื่อเสียงระดับโลก

สงกรานต์ กระจ่างเนตร

หรือ "บีบี๋" ตกเป็นข่าวว่าเป็นพ่อของลูกที่เกิดกับ "เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง" แคทลียา แมคอินทอช (subject to DNA testing) จบโทบริหารจาก Columbia ตรีเศรษฐศาสตร์จาก LSE (London School of Economics and Political Science) เริ่มงานครั้งแรกที่ ดอยช์แบงก์ สาขาฮ่องกง จากนั้นจึงกลับมาทำงานกับธุรกิจของครอบครัวตามประสาลูกคนมีสตางค์

Tuesday

ศิษย์เก่า Michigan ในเมืองไทย

ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์

ต้องถือเป็นนักวิชาการ "บริสุทธ์" ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสังคมไทยในปัจจุบัน จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน เป็นเด็กอักษรจุฬายุคเก๋า ซึ่งสะท้อนออกมาได้ดีที่สุดจากความสละสลวย แหลมคมในการใช้ภา๋็๋ษาไทยในสุดยอดงานเขียน ของอาจารย์เช่น ลัทธิพิธีเสด็จพ่อ ร.5, กรุงแตกพระเจ้าตากฯ และประวัติศาสตร์ไทย, ท่องเที่ยวบุญบั้งไฟในอีสาน, การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์


ศิรินทร์ นิมมานเหมินท์

จบตรีเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ก่อนต่อโท MBA ที่ Stanford ที่เดียวกับพี่ชายธารินทร์ นิมมานเหมินทเป็นเบอร์หนึ่งแบงค์กรุงไทยในยุคพรรคประชาธิปัตย์เรืองอำนาจ แต่ต่อมาถูกบีบให้ออกและถูกสอบสวนข้อหาปล่อยสินเชื่อโดยมิชอบ กลายเป็น the weakest link ของพี่ชาย และเป็นจุดเริ่มของการล่มสลายของธารินทร์ นิมมานเหมินท

ดร โชติชัย สุวรรณาภรณ์

ข้าราชการระดับกลางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จบโทบริหารจากจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ก่อนบินไปคว้าปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากเยอรมัน


ดร. ชญาวดี ชัยอนันต์

นักเศรษฐศาสตร์เลือดใหม่ของแบงค์ชาติ ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน เขียนวิทยานิพนธ์ภายใต้การดูแลของ Linda Tesar นักเศรษฐศาสตร์มหภาคชั้นนำของโลกในหัวข้อการไหลเวียนของเงินทุนโลก


ดร อำนวย วีรวรรณ

ดร อำนวยเป็นเทคโนแครตคนสำคัญ เป็นตัวจักรสำึคัญในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในยุคหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศยุครัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ต่อกับรัฐบาล พลเอกเปรม หลังจบการศึกษาขั้น โท-เอกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ดร อำนวยกลับมารับราชการที่กระทรวงการคลังสังกัดกรมบัญชีกลาง ก้าวขึ้นสู่เบอร์หนึ่งปลัดกระทรวงการคลังด้วยอายุเพียง 43 ปี จัดว่าเป็นข้่าราชการที่ก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวง เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย (to be continued)


ดร อัจนา ไวความดี

ผู้ช่วยผู้ว่าการ แบงค์ชาติสายนโยบายการเงิน นักเรียนทุนมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ Rockefeller หลังคว้าปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนกลับมาสอนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ก่อนเข้าทำงานให้กับฝ่ายวิจัยเงินทุนหลักทรัพย์ GF

สมัครสอบเข้าทำงานได้ในแบงค์ชาติยุคเลือดท่วมวังบางขุนพรม ที่ผู้บริหารแบงค์ชาติจำนวนมากถูกให้ออกโทษฐานทำให้ประเทศพ่ายแพ้ในสงครามป้องกันค่าเงินบาท กล่าวกันว่าดอกเตอรฺฺ์์อาจไม่มีวันนี้ถ้าไม่มีวิกฤตเศษรฐกิจเิกิดขึ้นเข้าทำงานเป็นผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ตำแหน่งซึ่งถือเป็นตัวจักรสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงิน ก่อนขยับขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ เมื่อ ดร บัณฑิต นิลถาวรเลื่อนไปเป็นรองผู้ว่า

เชิดชัย ขันธ์นะภา

อดีตรองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ก่อนถูกโยกไปเป็นซี 10 ที่ปรึกษาการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง รอเกษียรในอีก 3 ปีข้างหน้า ดร เชิดชัยจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย Harvard เอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

Friday

ศิษย์เก่า Stanford ในเมืองไทย







ดร เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

จบ PhD ทางเศรษฐศาสตร์ เขียนวิทยานิพนธ์และทำวิจัยในเรื่องข้าวแบบเก่าติด จนน่าจะถือว่าเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องข้าวมากที่สุดในเมืองไทยรองจาก อ. อัมมาร์ กลับเมืองไทยมาเป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ โด่งดังมาจากการทำรายการ "ขอคิดด้วยคน" ด้วยรูปแบบที่แปลกใหม่ในยุคนั้นที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมแสดงความคิดความเห็นได้ได้รับเลือกตั้งเป็น สว กทม ด้วยคะแนนมากเป็นอันดับสาม เป็นสมาชิกคนสำคัญของชมรม "คนรู้ทัน" ที่เดินหน้าตามล้างตามเช็ดนายกทักษิณแบบกัดไม่ปล่อย สิ่งที่น่าจบตาก็คืออนาคตทางการเมืองของ ดรเจิมศักดิ์ ว่าจะเดินไปทางไหนหลังจากหมดวาระ สว ด้วยยังหนุ่มยังแน่นอย่างนี้ จะเข้าสังกัดพรรคประชาธิปปัตย์อย่างเป็นทางการ หรือว่าจะดำรงตนเป็น "ขาประจำ" ตามอย่าง"ขาประจำ" หมายเลขหนึ่งอย่าง คุณธีรยุทธ บุญมี


ธารินทร์ นิมมานเหมินท์

จบ MBA (จบตรีจาก Harvard) อดีต dream-team เศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีคลัง ผู้จัดกาธนาคารไทยพา๊ณิชย์ ปัจจุบันหายไปจากวงการเมือง




จุฬาพร นำชัยศิริ
อดีตผู้บริหารระดับสูงของ นวธนกิจ เคยทำงานที่ Citibank, Chase Manhanttan ปัจจุบันเป็นผู้จัดการ Brooker Group, บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ

ดร วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัตร
อดีตผู้จัดการ ทริสคนแรก เคยทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ สมัครผู้ว่า กทมคราวที่แล้วแต่สอบตก จบตรีวิศวะ (จบโทจาก MIT, จบเอกจาก U of Chicago)(to be continued)

มีพาศน์ โปตระนันทน์
จบปริญญา LL.M. จาก Stanford อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาสมัครรับเลือกตั้ง สว คราวที่แล้ว แต่สอบตก

Sunday

ศิษย์เก่า HARVARD ในเมืองไทย











ม.ร.ว. จตุมงคล โสณกุล หรือที่ีรู้จักกันดีในนาม หม่อนเต่า จบ MPA จาก Kennedy School of Government เข้าเรียนในโปรแกรมปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยแต่ไม่จบ เป็นบุคคลหนึ่งที่เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดด้านทางเศรษฐกิจของไทยถึงสองตำแหน่ง คือปลัดกระทรวงการคลัง และผู้ว่าแบงค์ชาติ ขาดอยู่อีกเพียงตำแหน่งดียวก็จะเป็น triple crowns ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งก็คงมีโอกา๋สถ้าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลสมัยหน้า

ดร สุรเกียรติ์ เสถียรไทย จบ PhD กฎหมายระหว่างประเทศ อดีตทีมที่ปรึกษา 'บ้านพิษ' ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศอย่างหาตัวจับได้ยาก เปรียบได้ดั่งกุนซือผู้มีสามนาย หนึ่งคือ พลเอกชาติชาย หนึ่งคือคุณบรหาร และล่าสุดคือนายกทักษิณ เคยเป็นรัฐมนตรีคลังที่อายุน้อยที่สุด ปัจจุบันเป็นรองนายก

ดร ประสาร ไตรรัตน์วรกุล จบปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ, CEO ธนาคารกสิกรไทย, อดีตเลขาธิการ กลต, เคยทำงานที่แบงค์ชาติ

เอกกมล คีรีวัฒน์ จบ MBA จาก Harvard Business Schoolอดีตสส party list ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์, รองผู้่ว่าการแบงค์ชาติ, อดีตเลขาธิการ กลต (จบตรีจาก Darthmoth College)

Saturday

ศิษย์เก่า U Penn ในเมืองไทย








ดร วีรพงษ์ รามางกูร นักเศรษฐศาสตร์มหภาคมือวางอันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่รู้จักกันดีในนาม "ดร โกร่ง" เป็นนักเศรษฐศาสตร์ไม่กี่คนในเมืองไทยที่เมื่อเปิดปากให้ความเห็นใดๆ จะต้องได้รับการลงข่าวหน้าหนึ่งในวันรุ่งขึ้นทุกครั้ง ก้าวเข้าสู่แวดวงยุทธจักรครั้งแรกเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กับ พลเอกเปรม เป็นมันสมองคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในนโยบายลดค่าเงินบาทปี 2527 ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านฟันธงว่ามีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตยาวนานมาจนถึงยุคพลเอกชาติชาย
ภายหลังป๋าเปรมกล่าววาจาอมตะ "ผมพอแล้ว" ดร โกร่ง เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลพลเอกชาติชาย และต่อมาเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัรัฐมนตรีว่าฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นตำแหน่งซาร์เศรษฐกิจประจำรัฐบาลให้กับพลเอก ชวลิต ยงใจยุืทธ ตามคำข้อร้องของป๋าเปรมนายเก่า ล่าสุดดร โกร่งกลับมาอีกครั้งในตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้กับ ดร ทนง พิทยะ




ดร โอฬาร ไชยประวัติ จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์(จบเอกจาก MIT) เจ้าของฉายาโหรเศรษฐกิจอันโด่งดังในอดีต ขนาดที่ว่าทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะต้องมีชื่อ ดร โอ ติดโผด้วยทุกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่มีโอกาสได้นั่งเก้าอี้เสนาบดีใดๆ และอาจไม่มีโอกาสอีกเลยเมื่อต้องลุกออกจากตำแหน่งที่สร้างชื่อให้มากที่สุด president ของธนาคารไทยพา๊ณิชย์ ล่าสุดทำงานเป็นกุนซือเศรษฐกิจให้ักับนายกทักษิณ


ดร ปรา๊ณี ทินกร
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์ ที่ Swarthmore Collegeด้วยทุนเล่าเรียนหลวง จบปริญญาโทและปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ ที่ Upenn. หลังจบการศึกษาทำงานที่ ธนาคารโลก จากนั้นจึงกลับมาสอนที่ธรรมศาสตร์ เป็นภรรยาของอาจารย์ รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ "ของจริง" คนหนึ่ง

Friday

ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์






Sydnie's on ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์:

ต้องถือเป็นนักวิชาการ "บริสุทธ์" ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสังคมไทยในปัจจุบัน จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน เป็นเด็กอักษรจุฬายุคเก๋า ซึ่งสะท้อนออกมาได้ดีที่สุดจากความสละสลวย แหลมคมในการใช้ภา๋็๋ษาไทยในสุดยอดงานเขียน ของอาจารย์เช่น ลัทธิพิธีเสด็จพ่อ ร.5, กรุงแตกพระเจ้าตากฯ และประวัติศาสตร์ไทย, ท่องเที่ยวบุญบั้งไฟในอีสาน, การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์

ปูมหลัง นิธิ เอียวศรีวงศ์

ศ. ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นชาวกรุงเทพมหานคร เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๓

จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา จบปริญญาตรีและโท สาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนไปศึกษาต่อปริญญาเอก ได้ดุษฏีบันฑิต สาขาประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา อ.นิธิกลับมาเป็นอาจารย์ที่เชียงใหม่จนเกษียณอายุเมื่อปี ๒๕๔๓
อ.นิธิได้เริ่มเขียนหนังสือและบทความตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมาเขียนอย่างจริงจังในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ จนถึงปัจจุบัน มีผลงานกว่า ๒๐๐๐ ชิ้น และได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือหลายสิบเล่ม นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่เด่น ๆ อีกมากมาย
นิธิ เอียวศรีวงศ์ได้ใช้ปากกาและความเป็นนักเขีนยและนักวิชาการ มาชี้ให้เห็นความสำคัญของ "สามัญชน" โดยย้ำว่า สามัญชนคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ที่แท้จริง อ.นิธิได้ร่วมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อตั้ง "สมัชชานักวิชาการเพื่อคนจน" และ "มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน" รวมทั้ง "สำนักข่าวประชาธรรม" เพื่อสนับสนุนสร้างความเข้มแข็ง และเป็นปากเสียงให้กับสามัญชน หรือคนยากจนทั่วประเทศ ซึ่งถูกโีครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกันของสังคม ปิดกั้นโอกาสทั้งทางด้านการศึกษา การรับรู้ข่าวสาร และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและการเมือง อย่างเท่าเทียมกับอภิสิทธิ์ชน อ.นิธิเป็นแบบอย่างของนักวิชาการเพื่อคนจน

ศ.ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้รับรางวัล "ศรีบูรพา" ประจำปี ๒๕๔๕

Career Highlight

-รับราชการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2509-ปัจจุบัน ยกเว้นช่วงปี 2514-2518 ที่เดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน

-นอกจากเป็นอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว ยังเป็นนักเขียน คอลัมนิสต์ ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายเล่ม เช่น มติชนรายวัน-รายสัปดาห์ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ โดยผลิตงานเขียนทั้งในรูปแบบบทความ และหนังสือเชิงวิชาการจำนวนมาก

-หลังเกษียณอายุได้ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน” ซึ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวางเมื่อประกาศมอบรางวัล “ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์” แก่ นายเจริญ วัดอักษร และนางจินตนา แก้วขาว แกนนำกลุ่มผู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก-หินกรูด

-ร่วมกับนักวิชาการและองค์กรพัฒนาเอกชน จัดตั้ง “สำนักข่าวประชาธรรม” เพื่อสร้างพื้นที่ข่าวประชาชนให้สังคมได้รับรู้

-ปัจจุบันได้รับการยกย่องเป็น “กระบี่มือหนึ่ง” เป็นนักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์สังคมได้เฉียบคมโดยความสำคัญของนิธิคือ การใช้ความเป็นนักเขียนและนักวิชาการมาชี้ให้เห็นความสำคัญของสามัญชนซึ่งเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ และมีจุดยืนที่ชัดเจนในการทำงานเพื่อความเท่าเทียมกันในสังคม

-ที่เป็นหนังสือ เช่น การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์, การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี, ลัทธิพิธีเสด็จพ่อ ร.5, กรุงแตกพระเจ้าตากฯ และประวัติศาสตร์ไทย, ท่องเที่ยวบุญบั้งไฟในอีสาน, ชาติไทย เมืองไทย แบบเรียนและอนุสาวรีย์, โขน คาราบาว น้ำเน่าและหนังไทย, ผ้าขาวม้า ผ้าซิ่น กางเกงใน ฯลฯ

-ที่เป็นบทความเผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสาร เช่น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจากอีกแง่มุมหนึ่ง, ความฉงนในรอบ 700 ปี, จากรัฐชายขอบถึงมณฑลเทศาภิบาล:ความเสื่อมสลายของกลุ่มอำนาจเดิมในเกาะภูเก็ต, เพลงลูกทุ่งในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย, จากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีถึงสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, 200 ปีของการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยและทางข้างหน้า, ประตูท่าแพและดอยสุเทพ, กรุงแตก:ราชอาณาจักรอยุธยาสลายตัว, อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับผลกระทบต่อวัฒนธรรม, เมื่อไม่มีตำแหน่ง “แม่ขุน” ก็ไม่มีตำแหน่งพ่อขุน, สู่ประวัติประชาชนไทยชาวจีน ปัจจัยสำคัญของความเปลี่ยนแปลง, ประวัติศาสตร์ที่เหนือประวัติศาสตร์ในผู้ชนะสิบทิศ, คนกรุงเทพพูดเหน่อเจ๊กจริงหรือ, แห่นางแมวกับวิกฤติในวัฒนธรรมชาวนา, รัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทย, ทำไมคนไทยถึงกินข้าว, ชาตินิยมในขบวนการประชาธิปไตย, สงกรานต์ วิถีชีวิตไทยที่เปลี่ยนแปลง, คนไทยมาจากโน่นด้วยและคนไทยอยู่ที่นี่ด้วย ฯลฯ

รางวัล-เกียรติคุณ

-รางวัล “วัฒนธรรมเอเชียฟูกูโอกะ” ครั้งที่ 10 ประจำปี 2542 ในฐานะผู้มีผลงานวิจัยค้นคว้าทางวิชาการ ดีเด่น รับรางวัลเมื่อ 27 ก.ย.2542 โดยนับเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่ได้รับรางวัลนี้ ต่อจาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในฐานะนักประพันธ์-นักการเมือง, ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล ในฐานะนักโบราณคดี-นักประวัติศาสตร์ศิลปะ

-รางวัล “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” สาขาปรัชญา ในฐานะเป็นผู้อุทิศตนเพื่องานวิจัยทางด้านประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง (ปี 2542)

-รางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2545 คำประกาศเกียรติคุณแห่งรางวัล "ศรีบูรพา"ประจำปี 2545 โดยสุวัฒน์ วรดิลก ประธานคณะกรรมการกองทุน กล่าวยกย่องว่า "ความสำคัญของนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ คือ การใช้ปากกา และความเป็นนักเขียน และนักวิชาการ มาชี้ให้เห็นความสำคัญของ "สามัญชน" โดยย้ำว่า "สามัญชน"คือผู้สร้างประวัติศาสตร์ที่แท้จริงทั้งในประวัติศาสตร์ และในปัจจุบัน ด้วยความเชื่อนี้จึงได้ร่วมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อตั้ง "สมัชชานักวิชาการเพื่อคนจน" และ"มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน" รวมทั้ง "สำนักข่าวประชาธรรม" เพื่อสนับสนุนสร้างความเข็มแข็งและเป็นปากเป็นเสียงให้กับสามัญชน หรือคนยากจนทั่วประเทศ ซึ่งถูกโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกันของสังคม ปิดกั้นโอกาสด้านการศึกษา การรับรู้ข่าวสาร และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและทางการเมืองอย่างเท่าเที่ยมกับอภิสิทธิ์ชน ผลงานเหล่านี้จึงเป็นการพิสูจน์ความเชื่อในข้อเขียนของท่านในการเสริมบทบาท "สามัญชน" ให้เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ที่แท้จริงในวันนี้สำหรับประชาชนในวันข้างหน้าได้ศึกษา

กองทุน "ศรีบูรพา" พิจารณาแล้วเห็นว่า ผลงานของนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นผู้มีเป้าหมาย และอุดมคติในการทำงาน การดำรงชีวิต มีบทบาทและผลงานที่มีความสร้างสรรค์ทรงคุณค่า และก่อให้เกิดผลสะเทือนในการสร้างสรรค์ต่อสังคมในวงกว้างในด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะการชี้ถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมของโครงสร้างทางสังคม การมองข้ามบทบาทของสามัญชนผู้ยากไร้ นอกจากนี้ผลงานของท่านยังได้สร้างผลสะเทือนต่อวงการสื่อสารมวลชน ต่อวงการวรรณกรรมต่อวงการวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และต่อคนยากจน อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ มาจนถึงปัจจุบัน บทบาทของท่านได้กลายเป็นแบบอย่างของนักวิชาการเพื่อคนจน

Tuesday

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

บุคคลที่หลายคนบอกว่าเป็นคำตอบสุดท้ายของคำถามที่ "ถ้าไม่เอาทักษิณ แล้วจะเอาใครเป็นนายก ?"

"หม่อมอุ๋ย"จบตรีเศรษฐศาสตร์ โทบริหาร Wharton หลังจากนั้น ทำงานที่ ฺBanker Trusts ได้แค่ปีเดียวก็กลับมาทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย หม่อมอุ๋ยเป็น ล่ำซำข้างมารดา ทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยจนก้าวขึ้นเป็น กรรมการรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ก็รู้ชะตากรรมตัวเองว่าคงต้องหลีกทางให้ ล่ำซำ สายตรงอย่าง"คุณปั้น" บัณฑูร ล่ำซำ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

ภายหลัง คุณปั้นก้าวขึ้นเป็นใหญ่ในอย่างเต็มตัวในธนาคารกสิกรไทย หม่อมอุ๋ยก็ออกมาสร้างถนนแห่งดวงดาวของตน ก้าวมาเป็น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ตำแหน่งเดียวกับที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เคยได้เป็น and from then on the rest is the history... หม่อมอุ๋ยได้รับการแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 3 สมัยซ้อน ก่อนก้าวมาเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

พ.ค.2544 ภายหลังจากที่.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ศิษย์เก่า Sam Huston State University) สั่งปลด หม่อมเต่า ม.ร.ว. จตุมงคล โสณกุล (ศิษย์เก่า HARVARD) ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากขัดแย้งเรื่องนโยบายดอกเบี้ย หม่อมอุ๋ย ( ศิษย์เก่า Wharton) ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) แทน นับเป็นผู้ว่าการ ธปท.คนที่ 20

ก็คงต้องจับตาดูต่อไปว่าตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จะเป็นจุดสูงสุดในชีวิตของหม่อมอุ๋ยหรือไม่ หรือยังจะได้เป็นอะไรที่สูงกว่า ?

ดร. ก้องเกียรติ โอภาสวงการ

เจ้าพ่อตลาดหุ้นตัวจริงผู้นี้ จบ ปริญญาตรีด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นรับทุนธนาคารกสิกรไทยไปเรียนต่อโทบริหารและจบปริญญาเอกการเงินจาก Whartonกลับมาทำงานใช้ทุนที่ธนาคารกสิกรไทยก่อนออกมาอยู่แบร์ริ่ง รีเสิร์ช

จุดหักเหในชีวิตของดร. ก้องเกียรติ เกิดขึ้นเมื่อ "ควักเงินจากกระเป๋าตัวเองส่วนหนึ่ง" ซื้อ บล.ชาวไทย บริษัทหลักทรัพย์ ขนาดเล็กที่มีฐานะไม่สู้ดีนักในราคาประมา๊๊ณ 700 ล้านบาท โดยมีผู้ร่วมทุน สำคัญ คือ อนันต์ อัศวโภคิน แห่งแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และผู้บริหารกองทุน swiss fund เปลี่ยนบล.ชาวไทยมาเป็นบล.แอสเซท พลัส ็โดยวาง concept เป็นบริษัทหลักทรัพย์ ที่มีการบริหารแบบมืออาชีพอย่างเต็มตัว โดยหวังให้เป็น Morgan Stanley ของเมืองไทย

ภายใต้การบริหารงานของดร. ก้องเกียรติ บล.แอสเซท พลัส ได้ก้าวมาเป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ็โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเป็นที่ปรึกษาการเงิน

ภายหลังดร. ก้องเกียรติ นำแอสเซท พลัสเข้าควบรวมกับบริษัทหลักทรัพย์ เอบีเอ็นแอมโร เอเชีย จนกลายเป็นบริษัทหลักทรัพย์เอเชีย พลัส ที่มีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ท ี่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นคนไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และให้บริการด้านหลักทรัพย์ที่ครบวงจร

สมเกียรติ ศิริชาติไชย

สมเกียรติ ศิริชาติไชย เป็น "เด็กสร้าง" ของ "คุณปั้น" บัณฑูร ล่ำซำ ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงของธนาคารกสิกรไทยผู้นี้จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โท MBA จาก Wharton
ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทย

ข้อมูลจำเพาะ:


เกิด 18 ธันวาคม 2507 (โสด)

การศึกษา

2528 วิศวกรรมศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) จุฬาฯ
2534 MBA (Finance). The Wharton Graduate School of Business Administration University of Pennsylvania, U.S.A.


การทำงาน

2534 เริ่มงานที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย
2540 ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการลงทุน
2542 ผู้อำนวยการสำนักบริหาร
2542 ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สำนักบริหาร
2544-ปัจจุบัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ